แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แบตเตอรี่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แบตเตอรี่ แสดงบทความทั้งหมด

22 มีนาคม 2552

แบต.หมด vs รถสตาร์ทไม่ติด

แน่นอนครับ ถ้าแบตหมด หรือไม่มีไฟในแบตเตอรี่ รถก็สตาร์ทไม่ติดแน่นอน แต่ถ้ารถสตาร์ทไม่ติด อาจมีหลายสาเหตุ ไม่ใช่เพราะแบตหมดเสมอไป

แบตหมด หรือแบตไม่มีไฟ หรือแบตไฟอ่อน เป็นได้จาก 2-3 สาเหตุที่พบบ่อย เช่น
- จอดรถแล้วเปิดไฟหน้ารถทิ้งไว้
- ไม่ได้ใช้รถนานๆ ทำให้แบตเตอรี่ไม่ได้รับการชาร์จ (การเพิ่มไฟฟ้าในแบตเตอรี่)
- ไดชาร์จเสีย ทำให้แบตเตอรี่ไม่ได้รับการชาร์จ

หากจอดรถไว้ แล้วกลับมาสตาร์ทรถไม่ติด ก็ให้ลองตรวจดูดังนี้
1. ลืมเปิดไฟหน้ารถทิ้งไว้หรือไม่ ถ้าเปิดไฟหน้าไว้ ก็หารถอีกคัน หรือแบตเตอรี่ที่มีไฟมาพ่วงได้เลยครับ

2. ลองเปิดไฟหน้ารถดู ว่ายังสว่างเหมือนเดิมหรือไม่ หรือลองกดแตรดู ว่าแตรยังดังเหมือนเดิมหรือไม่ ถ้าไฟหน้าสว่างน้อยลง หรือแตรดังเบาลงจากปกติ เป็นไปได้มากที่รถสตาร์ทไม่ติดเพราะไฟในแบตเตอรี่มีไม่พอ ให้หารถอีกคัน หรือหาแบตเตอรี่อีกลูกมาพ่วงได้เลยครับ แล้วค่อยหาสาเหตุว่าที่แบตไม่มีไฟเพราะอะไร อาจเป็นเพราะแบตเตอรี่เสื่อม หรือไดชาร์จเสียก็ได้ ให้ช่างดูดีกว่าครับ

3. แต่ถ้าลองเปิดไฟ และบีบแตร แล้วรู้สึกว่าปกติ และมั่นใจว่าแบตไม่น่าจะหมด ก็เรียกช่างเลยครับ เพราะสาเหตุของการสตาร์ทรถไม่ติดมีมากมายเหลือเกิน

ก็เป็นวิธีที่จะช่วยเหลือตัวเอง และตรวจสอบด้วยตัวเองง่ายๆครับ ขอย้ำอีกครั้งนะครับ ผมไม่ใช่ช่าง ที่แนะนำในบทความนี้ก็จากประสบการณ์ของตัวเองครับ


ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ http://www.purecarrent.com/

21 มีนาคม 2552

แบตเตอรี่-การดูแล การตรวจสภาพ

แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์เล็กๆชิ้นหนึ่งในรถยนต์ที่ไม่แพ้ส่วนอื่นๆ เพราะถ้าไม่มีแบตเตอรี่ รถก็สตาร์ทไม่ได้ การดูแลแบตเตอรี่นั้นไม่ยุ่งยาก แต่หากลืม อาจทำให้ใช้รถไม่ได้ และทำให้เกิดความไม่สะดวก

การดูแลแบตเตอรี่ประจำสัปดาห์
- ควรหมั่นเติมน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม คือ ให้อยู่เหนือระดับแผ่นตะกั่ว แต่อย่าให้ระดับน้ำกลั่นสูงจนเกินไป (อย่าเกินระดับ MAX)
- ตรวจลักษณะภายนอกของแบตเตอรี่ว่ายังดีอยู่ ตัวแบตเตอรี่ไม่นูน หรือโป่งพอง
- ดูแผ่นตะกั่ว แผ่นตะกั่วควรอยู่ในลักษณะตรง ขนานกัน ระยะห่างแต่ละแผ่นเท่าๆกัน

การเติมน้ำกลั่น
จริงๆแล้วไม่มีอะไรมากครับ ก็แค่เติมน้ำกลั่นลงไปให้ได้ระดับที่เหมาะสม อยู่ระหว่างระดับ Min และ ระดับ Max แต่ปกติจะกะให้อยู่ตรงระดับยากครับ กะง่ายๆ ให้ระดับน้ำกลั่นเลยแผ่นตะกั่วเล็กน้อยเป็นอันใช้ได้ครับ มีข้อควรระวังอย่างหนึ่งคือ ถ้าน้ำกลั่นของแบตเตอรี่แห้งมาก ให้เติมน้ำกลั่นพอท่วมแผ่นตะกั่ว อย่าเติมน้ำกลั่นมากเกินไป เพราะจะทำให้แบตเสียไปเลยได้

ตอนแรกๆผมก็ดูไม่เป็นครับว่าเมื่อไหร่ควรจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ แบตฯลูกหนึ่งก็หลายบาท ถ้าเปลี่ยนเร็วก็เปลืองเงิน ถ้าไม่เปลี่ยนก็กลัวแบตเตอรี่เสียกลางทาง แบตเตอรี่ถ้าดูแลรักษาไม่ดี บางครั้งก็ใช้ได้ไม่ถึงปี แต่ถ้าดูแลรักษาดีๆ ใช้ได้ 2-3 ปีก็ไม่มีปัญหา

การสังเกตแบตเตอรี่เสื่อม
- ที่ด้านข้างแบตเตอรี่จะนูนหรือพองออกด้านนอก ถ้ามองด้วยตาอาจจะเห็นไม่ชัด ให้ลองใช้มือลูบดูครับ โดยเฉพาะด้านสั้นจะลูบแล้วรู้สึกได้ง่ายหากแบตเตอรี่พอง
- แผ่นตะกั่วข้างในแบตเตอรี่จะโค้ง ไม่ขนานกัน อันนี้ลองเปิดฝาที่ใช้เติมน้ำกลั่นดูก็จะเห็นครับ
ปกติถ้าแบตเตอรี่เสื่อม ก็จะเห็นอาการผิดปกติทั้งสองอย่างครับ ถ้าเห็นอาการดังกล่าวแล้วก็เตรียมตัวเปลี่ยนได้เลยครับ




ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ http://www.purecarrent.com/